กุรฺบานอันประเสริฐ

คุณเชื่อว่าพระเยซูคริสต์ได้ตายไปแก้ตัวสำหรับความผิดของคุณและเพิ่มขึ้นจากความตาย?

Watch Video

Watch videos about Jesus

Download Bible

Download a Bible or start a reading plan.

Contact Us

Do you want to talk to someone about Jesus? We would love to hear from you!

หนี้บาปของท่านจ่ายไปแล้วหรือยั่ง

-เป้าหมายของศาสนา คือ สอนให้ทุกคนเป็นคนดีและรักษาความดีนั้นไว้ ที่สำคัญคือทำตัวเองให้เป็นที่พอพระทัยของพระเจ้า โดยผ่านสิ่งที่เราทำ เราปฎิบัติ  เกือบทุกศาสนาพยายามช่วยเหลือมนุษย์  ให้หลุดพ้นจากความบาป  แต่ความเป็นจริงเราไม่สามารถทำได้อย่างสมบูรณ์แบบ  ดูเหมือนว่าสิ่งที่ทำตามหลักของศาสนานั้นจะได้ผลแต่แท้ที่จริงความบาปนั้นยังอยู่กับเราเสมอไปไม่ได้หายไปไหน

            บาป คืออะไร? ………….เริ่มต้นมาจากไหน? ……………..แล้วผ่านเข้ามาในชีวิตของเราได้อย่างไง? …………. สุดท้ายบาปก็กลับมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเราไปแล้วจริงไหม?

-เรากล้ายอมรับไหมว่าเรา “ ทุกคนเป็นคนบาป   คุณเป็นคนบาป……… ”

 แน่นอน เพราะว่าเรารู้สึกเสียใจ จิตใจมันฟ้อง ในสิ่งที่เราได้ทำสิ่งที่ผิด  เราหนีไม่พ้นแต่เรากลับต้องเจอกับความบาปทุกวัน ทุกเวลา   ดังนั้นเราจึงไม่สามารถเป็นคนที่พอพระทัยของพระเจ้าได้  เพราะว่าเราไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองให้หลุดพ้นจากบาปได้

*  ตอนนี้คุณจัดการอย่างไงกับบาปที่อยู่ในตัวคุณ ?

            *  คิดว่าบาปหมดไปจากตัวคุณหรือยัง ?

            *  แล้วบาปของคุณจะหมดตอนไหน ?

            * แล้วศาสนาของคุณสอนอะไรเกี่ยวกับการลบล้างบาป ?

            * คุณจะต้องทำอีกนานแค่ไหนถึงจะหลุดพ้นจากบาปทั้งหมด ?

16 เพราะว่าอัลลอฮฺทรงรักโลกดุนยามาก จนถึงขนาดประทานบุตรผู้เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่ศรัทธาในท่านนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์ 17 เพราะว่าอัลลอฮฺทรงให้บุตรของพระองค์เข้ามาในโลกดุนยา ไม่ใช่เพื่อพิพากษา แต่เพื่อช่วยให้รอดโดยท่านนั้น
- ยะหฺยา 3:16-17
40%
  1. ความช่วยเหลือจากพระเจ้า

            ความเชื่อของเราแตกต่างกัน  เพราะตอนนี้เราแน่ใจว่าความบาปของเรานั้นหมดแล้วและยิ่งกว่านั้น เราจะได้ขึ้นสวรรค์ด้วย แต่ไม่ใช่ว่าเราเป็นคนดีหรือทำดี   คุณอาจจะเป็นคนที่ดีกว่าเรา แต่สิ่งที่เราเชื่อคือ พระเจ้าเองที่เป็นผู้ช่วยเหลือเราให้พ้นจากบาป โดยผ่านทางอีซา 

            อีซาเป็นใครกัน  อีซาเกิดมาจากหญิงสาวพรมจารีย์ ชื่อ มัรยัม อีซาไม่ได้ทำบาปเลย แม้ว่าด้วยคำพูด  ด้วยการกระทำหรือในด้านความคิด   อีซาได้ อดอาหาร 40 วัน 40 คืน  โดยที่ไม่ได้กินอะไรเลย    อีซาทำการอัศจรรย์และรักษาคนมากมายให้หายโรค   รักษาคนตาบอด  คนง่อย ขับไล่ผี  ยิ่งกว่านั้นอีซาได้ชุบชีวิตคนที่ตายแล้วให้กลับมีชีวิต

            อีซาทำนายถึงการตายของตัวเอง สังเกตว่า อีซายังไม่แก่ ยังไม่เหมาะที่จะพูดแบบนั้นเพราะอีซาเพิ่งอายุเพียง  30 เศษ ๆ   ที่อีซาพูดก็เพราะสิ่งนั้นมาจากพระเจ้า  เป็นน้ำพระทัยของพระองค์ที่ให้เกิดขึ้นกับอีซา 

This site uses cookies to ensure you get the best experience.

60%
  1. เครื่องเผาบูชา

            ให้เราย้อนกลับมาดูเรื่องราวของอาดัมกับฮ์าวาห เมื่อพระเจ้าสร้างทั้งสองคนขึ้นมาพร้อมกับสวนเอเดนหรือสวนของพระเจ้า   ในช่วงนั้นอาดัมกับฮ์าวาหมีความสัมพันธ์ที่ดีกับพระเจ้าและทุกสิ่งที่อยู่ในสวนนั้นพระเจ้าก็ให้ทั้งสองนั้นดูแลและผลไม้ที่อยู่ในสวนนั้นกินได้ยกเว้น  ต้นไม้ที่อยู่กลางสวนนั้น พระเจ้าบอกเข้าว่า ถ้ากินจากต้นไม้ต้นนี้ พระองค์ต้องลงโทษความตาย

            พอมาวันหนึ่ง อิบลิส ได้มาหาฮ์าวาห และได้หลอกลวงฮ์าวาห ให้กินผลไม้ที่พระเจ้าห้ามไม่ให้กิน สุดท้ายฮ์าวาหก็กินผลไม้ต้องห้ามแล้วยืนให้กับอาดัมกินด้วยพอกินเสร็จทั้งสองรู้สึกผิดและรู้สึกอายที่มารู้ว่าตัวเองไม่ได้ใส่เสื้อผ้า ทั้งสองจึงหาใบไม้มาปิดร่างกายของตนเอง    ทั้งสองรู้สึกกลัวพระเจ้า   พระเจ้ามาหาเขาทั้งสองและทั้งสองก็หลบพระองค์  พระเจ้ารู้แน่นอนว่าทั้งสองนั้นทำผิดไม่เชื่อฟังในสิ่งที่พระองค์สั่งห้ามไว้           พระเจ้าจึงลงโทษทั้งสอง โดยฮ์าวาหที่เป็นผู้หญิงนั้นจะต้องตั้งครรภ์และคลอดลูกอย่างเจ็บปวดทรมาน ส่วนอาดัมที่เป็นผู้ชายนั้นจะต้องทำงานอย่างหนักเพื่อหาเลี้ยงครอบครัวและให้รู้จักกับความตายแล้วพระเจ้าก็ไล่ทั้งสองออกจากสวนเอเดน  เหตุเพราะทั้งสองทำบาปต่อพระเจ้า  บาปเกิดจากการไม่เชื่อฟัง    

            ดูเหมือนสิ่งที่ทั้งสองทำนั้นไม่ได้ร้ายแรงอะไร   ทั้งสองไม่ได้ฆ่าคน   ไม่โกงคนอื่น  แต่อย่าลืมว่าสิ่งที่เขาทำนั้นเป็นการไม่เชื่อฟังพระเจ้า  พระเจ้าถือว่าเป็นการทำผิดบาปที่ร้ายแรงสำหรับพระองค์     ถ้าฟัง ๆ ดู อาดัมกับฮ์าวาหเป็นคนดีกว่าพวกเราถ้ามาเปรียบกัน   บางทีเราอาจคิดว่า ถ้าเราทำดี  ทำตามหลักคำสอนมาก ๆ  พระเจ้าอาจจะให้อภัยกับเรา  แต่พระเจ้าไม่เคยบอกอย่างนั้นเลย

20%

1 .  ปัญหาของมนุษย์

-เป้าหมายของศาสนา คือ สอนให้ทุกคนเป็นคนดีและรักษาความดีนั้นไว้ ที่สำคัญคือทำตัวเองให้เป็นที่พอพระทัยของพระเจ้า โดยผ่านสิ่งที่เราทำ เราปฎิบัติ  เกือบทุกศาสนาพยายามช่วยเหลือมนุษย์  ให้หลุดพ้นจากความบาป  แต่ความเป็นจริงเราไม่สามารถทำได้อย่างสมบูรณ์แบบ  ดูเหมือนว่าสิ่งที่ทำตามหลักของศาสนานั้นจะได้ผลแต่แท้ที่จริงความบาปนั้นยังอยู่กับเราเสมอไปไม่ได้หายไปไหน

            บาป คืออะไร? ………….เริ่มต้นมาจากไหน? ……………..แล้วผ่านเข้ามาในชีวิตของเราได้อย่างไง? …………. สุดท้ายบาปก็กลับมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเราไปแล้วจริงไหม?

-เรากล้ายอมรับไหมว่าเรา “ ทุกคนเป็นคนบาป   คุณเป็นคนบาป……… ”

 แน่นอน เพราะว่าเรารู้สึกเสียใจ จิตใจมันฟ้อง ในสิ่งที่เราได้ทำสิ่งที่ผิด  เราหนีไม่พ้นแต่เรากลับต้องเจอกับความบาปทุกวัน ทุกเวลา   ดังนั้นเราจึงไม่สามารถเป็นคนที่พอพระทัยของพระเจ้าได้  เพราะว่าเราไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองให้หลุดพ้นจากบาปได้

            *  ตอนนี้คุณจัดการอย่างไงกับบาปที่อยู่ในตัวคุณ ?

            *  คิดว่าบาปหมดไปจากตัวคุณหรือยัง ?

            *  แล้วบาปของคุณจะหมดตอนไหน ?

            * แล้วศาสนาของคุณสอนอะไรเกี่ยวกับการลบล้างบาป ?

            * คุณจะต้องทำอีกนานแค่ไหนถึงจะหลุดพ้นจากบาปทั้งหมด ?

80%
  1. พระสัญญาของพระเจ้า

            ในเตารอฮ อินญีล ร่วมถึงในคัมภีร์ต่าง ๆ  ได้บอกว่า  “ ถ้าไม่มีเลือดไหลออกก็จะไม่มีการอภัยบาป ” หลังจากที่พระเจ้าลงโทษ อาดัมกับฮ์าวาห  พระเจ้าได้ฆ่าสัตว์และเอาหนังสัตว์มาเป็นเครื่องนุ่งห่มให้กับทั้งสอง  ดุเหมือนว่าพระเจ้าได้ถวายเครื่องบูชาครั้งแรก เพื่อยกโทษบาปและหลังจากอาดัม   จะเห็นว่านบีต่าง ๆ จะนำเครื่องบูชาเพื่อของการยกโทษบาป อย่างเช่น  นบีนุห์  นบีอิบรอฮีม นบีมูซา ทุกนบีจะทำเครื่องบูชาลบล้างบาปขอการยกโทษจากพระเจ้า

100%
  1. ลูกแกะของพระเจ้า

            แล้วทุกนบียังได้ทำนายเรื่องหนึ่งว่า  พระเจ้าสัญญาว่า “จะส่งผู้ไถ่บาปลงมาในโลกนี้  จะเกิดกับหญิงสาวพรมจารีย์  จะถูกทรมานและตรึงให้ตาย เพื่อไถ่บาปให้กับมนุษย์ทั้งหลาย ” คนนี้คือ อัลมาซี แปลว่า ผู้ที่พระเจ้าทรงเจิมตั้งไว้

            นบียะฮ์ยาอยู่ในยุคของอีซา  นบียะฮ์ยาได้เห็นอีซาแล้วก็พูดว่า “ ดูคนนั้นเถิด นี้คือลูกแกะของพระเจ้า ผู้ไถ่บาปของชาวโลก”  ทำไหมถึงต้องเรียก อีซา ว่าลูกแกะของพระเจ้า  เพราะว่าลูกแกะเป็นสัตว์ที่ใช้ถวายเครื่องเผาบูชา   ดังนั้น อีซา ลงมาในโลกนี้ก็เพื่อเป็นเครื่องบูชาไถ่บาปให้กับมนุษย์ทั้งหลาย  ดังนั้นอีซาจึงถูกจับและตรึงบนไม้กางเขนเลือดก็ไหลออกจากร่างกายของ อีซา  คำสุดท้ายที่อีซาพูดคือ “ สำเร็จแล้ว ”  หลังจากที่ อีซา เสียชีวิตแล้วเหล่าผู้ติดตามอีซาได้นำอีซา ไปฝั่งไว้ในอุโมง หลังจากนั้น 3  วัน อีซาได้ฟื้นจากความตาย  หลักจากนั้น อีซาได้อยู่บนโลก  40  วันและยังได้ปรากฏตัวให้กับผู้ติดตามอีซาได้เห็นและวันสุดท้ายอีซาก็ถูกรับขึ้นไปบนสวรรค์ เพราะนี้เป็นพระสัญญาจากพระเจ้า

เราต้องทำอะไรกัน?

            อีซาบอกกับทุกคนว่า “ ทุกคนที่เชื่อและวางใจในพระองค์นั้นจะไม่พินาศแต่จะมีชีวิตนิรันดร์   ”  นี้เป็นเหตุที่ผมเชื่อและวางใจและ แน่นอนว่าผมจะได้ขึ้นสวรรค์ เพราะนี้เป็นพระสัญญาจากพระเจ้า

  • เคยมีใครมาเล่าเรื่องนี้ให้คุณฟังมาก่อนไหม ?
  • สิ่งที่พูดไปทั้งหมดนี้พอมีน้ำหนักที่จะเชื่อถือได้ไหม?
  • แล้วคุณกล้าที่จะยอมรับว่า นบีอีซาเป็นผู้ไถ่บาปให้กับคุณได้ ?
  • ( โรม 10 : 9 – 10 ) ในอิจญิจได้บอกว่า “ ถ้าท่านจะรับด้วยปากของท่านว่าอีซาทรงเป็นพระผู้เป็นเจ้าและเชื่อในใจว่าพระเจ้าได้ทรงให้อีซาเป็นขึ้นมาจากความตาย ถ้าเชื่อแบบนี้เราก็จะรอด ”