เราต้องระมัดระวังอย่างยิ่งที่จะไม่โทษพระเจ้าสำหรับปัญหาที่เราสร้างขึ้นเอง ในสองบทแรก (ซูเราะ) ของคัมภีร์เตารอตอันศักดิ์สิทธิ์ของท่านนบีมูซา มีเรื่องราวของการเริ่มต้นการสร้างทั้งปวงและของมนุษยชาติ เล่าให้เราฟังว่าพระเจ้าทรงสร้างท่านอาดัมและทรงประทานแก่อาดัมให้ประทับในสวนรื่นรมย์งดงามชื่อเอ็ดเดน เพื่อดูแลต้นไม้ผลต่าง ๆ ที่นั่น น่าสังเกตว่าคำเปอร์เซียสำหรับสวนรื่นรมย์ pairi-daēza เข้าสู่ภาษากรีกว่า παράδεισος (parádeisos) ซึ่งต่อมากลายเป็นคำว่า Paradise ในภาษาอังกฤษ และ Firdaus ในภาษาอาหรับ เมื่อมาถึงยุคของท่านนบีอีซา คำ parádeisos ค่อย ๆ หมายถึงสวรรค์หรือสู่รกา (Surga) แต่เรื่องนี้เกิดขึ้นหลายศตวรรษหลังจากที่ท่านนบีมูซาได้รับเตารอตแล้ว ดังนั้นมีผู้บางคนเกิดความเข้าใจผิดคิดว่าสวน (Parádeisos) เอเดนอยู่ในสวรรค์หรือปาราไดซ์ ซึ่งเป็นความผิดพลาดที่เข้าใจได้ แต่เตารอตอันศักดิ์สิทธิ์บอกชัดว่าสวนเอเดนตั้งอยู่บนโลก ในบริเวณอ่าวเปอร์เซีย
เตารอตยังชี้ชัดอีกว่าทุกสิ่งที่พระเจ้าทรงสร้างนั้นดีและบริบูรณ์ เมื่อพระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ (adam, סכא เป็นคำภาษาฮีบรูหมายถึง มนุษย์) “ตามพระฉายาของพระองค์เอง” พระองค์ทรงอธิบายยอดการสร้างนี้ว่า “ดีนักหนา” ณ วินาทีนั้น มนุษยชาติสมบูรณ์และไร้บาป เราไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ทั้งหมดที่หมายถึงวลีว่า “ตามพระฉายาของพระองค์เอง” แต่คำนี้มิได้ถูกใช้กับสัตว์ใด ๆ เลย มีแต่กับมนุษย์เท่านั้น แต่เราทราบว่าพระเจ้าให้มนุษย์มีอำนาจในการเลือก มีสิทธิที่จะเชื่อฟังหรือฝ่าฝืนพระประสงค์ของพระองค์ มนุษย์มิได้ถูกสร้างให้เป็นหุ่นยนต์ที่โปรแกรมโดยพระเจ้าให้กระทำอัตโนมัติอย่างสมบูรณ์ หรือเป็นเพียงสัตว์ที่ถูกนำโดยสัญชาตญาณเท่านั้น พระเจ้าประทานเสรีภาพให้มนุษย์เลือก เพื่อให้มนุษย์สามารถสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพระเจ้าในฐานะเพื่อนส่วนบุคคล
ถ้าพระเจ้าทรงสร้างมนุษยชาติให้สมบูรณ์และไร้บาป เราเป็นบาปได้อย่างไร?
พระเจ้าทรงสร้างท่านอาดัม (“มนุษย์”) และทรงมอบหน้าที่ให้ท่านเป็นผู้ดูแลสวนเอเดน แต่ผลจากต้นไม้แห่งความรู้เรื่องดีและชั่วเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับอาดัม พระเจ้าตรัสแก่เขาว่าหากเขากินผลจากต้นไม้นั้น เขาจะตาย พระเจ้ายังทรงสร้างสัตว์ต่างๆ แต่เพราะอาดัมเหงา จึงทรงสร้างผู้หญิงให้แก่เขา อาดัมตั้งชื่อเธอว่าสีติฮาวา (อีฟ) วันหนึ่งซาตาน ปีศาจ (ซัยตาน, ดิอาบลอส, อิบลิส) ในร่างของงูเข้ามาในสวนเอเดนเพื่อล่อลวงฮาวาและอาดัม ซาตานบอกว่าหากพวกเขากินผลต้องห้ามจากต้นไม้แห่งความรู้ดีชั่ว พวกเขาจะเป็นเหมือนพระเจ้า และบอกว่าพระเจ้าโกหกเรื่องบทลงโทษ พวกเขาจึงกินผลต้องห้าม และทันใดนั้นก็รู้ว่าตัวเปล่าเปลือย รู้สึกกลัว รู้สึกผิดและอับอายเป็นครั้งแรก จึงใช้ใบมะเดื่อเย็บเป็นผ้าปกปิดความอับอาย แล้วพยายามซ่อนจากพระเจ้าในสวน บาปของพวกเขาคือการฝ่าฝืนอย่างตั้งใจต่อกฎเดียวที่ได้รับ และพยายามเป็นเหมือนพระเจ้า
เมื่อพระเจ้ามายังสวน พระองค์พบว่าพวกเขาหวาดกลัว มีความรู้สึกผิดและอับอาย พระองค์ทรงถามว่าพวกเขารู้ได้อย่างไรว่าตัวเปล่าเปลือย แต่แต่ละคนปฏิเสธความผิดของตน อาดัมกล่าวโทษฮาวา ฮาวากล่าวโทษซาตาน เป็นการลงโทษซาตาน พระเจ้าทรงให้งูต้องเลื้อยบนดินและเป็นศัตรูของมนุษย์ ฮาวาและผู้หญิงทุกคนจะเจ็บปวดเมื่อตั้งครรภ์และคลอด บทบาทของอาดัมและผู้ชายทุกคนคือทำงานหนักและเหงื่อเพาะปลูกอาหารให้เพียงพอแก่ครอบครัว แล้วพระเจ้าได้ทรงทรงแต่งกายอาดัมและฮาวาจากหนังสัตว์และทรงใส่ให้พวกเขา อาดัมและฮาวาจึงถูกเนรเทศออกจากเอเดน และไม่อาจกลับเข้าไปอีกมิตรภาพที่พวกเขามีกับพระเจ้าถูกทำลายเพราะการทรยศต่อความไว้วางใจของพระองค์ หลังจากมีบุตรหลายคน อาดัมและฮาวาก็สิ้นชีวิตไป
ดังนั้นพวกเราทุกคนซึ่งเป็นทายาทของพวกเขาย่อมลุ่มหลงในบาป เราทุกคนได้ประสบความแปลกแยกจากการร่วมสนิทกับพระเจ้า และเราทุกคนต้องตาย เราไม่ได้ทำบาปโดยอัตโนมัติ แต่เราทุกคนทำบาปโดยเจตนา เช่นเดียวกับอาดัมและฮาวา และผลของบาปก็เหมือนกันสำหรับเรา คือ ความกลัว ความอับอาย และความรู้สึกผิด
ทำไมชาวนาซรานีตะวันตกจึงเน้นเรื่องความรู้สึกผิดจากบาปมาก? ฉันไม่รู้สึกผิดเลย
เป็นความจริงว่าปัญหาความรู้สึกผิดมักถูกเน้นเมื่อเล่าเรื่องข่าวดี นี่เป็นปัจจัยทางวัฒนธรรม ในตะวันตกผู้คนมองตนเองจากกรอบความผิดกับความบริสุทธิ์ การหลีกเลี่ยงหรือกำจัดความผิดและการรักษาหรือสร้างความบริสุทธิ์เป็นรากฐานของอัตลักษณ์ตนเองสำหรับคนตะวันตกส่วนใหญ่ นั่นอธิบายระบบกฎหมายและความยุติธรรมที่กว้างขวาง และเหตุที่พวกเขารู้สึกไม่สบายใจเมื่อละเมิดกฎหมายแม้ไม่มีผู้ใดเป็นพยาน
ในวัฒนธรรมอื่น ผู้คนให้คุณค่าตนเองจากกรอบความอับอายกับศักดิ์ศรี พบวัฒนธรรมเหล่านี้ในตะวันออกกลาง เอเชียเหนือและตะวันตก สำหรับผู้ที่อยู่ในวัฒนธรรมเหล่านี้ ความอับอายต้องถูกหลีกเลี่ยงด้วยทุกวิถีทาง การเรียกคืนศักดิ์ศรีที่สูญหายอาจนำไปสู่การแก้แค้นสังหารในวัฒนธรรมหนึ่ง หรือการฆ่าตัวตายตามพิธีในอีกวัฒนธรรมหนึ่ง
ในวัฒนธรรมอื่น ผู้คนมักขับเคลื่อนโดยกรอบความกลัวกับอำนาจ สำหรับพวกเขาการรู้สึกกลัวคือสภาพบุคคลที่แย่ที่สุด จึงต้องป้องกันหรือเอาชนะด้วยการแสวงหาอำนาจ แม้ต้องไปหาสถานที่พิเศษหรือผู้ประกอบพิธีเวทมนตร์ ผู้มีเวทอาจไร้เกียรติหรือชั่วร้าย วัฒนธรรมที่เน้นความกลัวและอำนาจพบได้ในละตินอเมริกา แอฟริกา เอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เตารอตอันศักดิ์สิทธิ์ชัดเจนว่าเมื่อบาปเข้ามาในโลก ความรู้สึกผิด ความกลัว และความอับอายเข้าสู่หัวใจของมนุษย์ ความรอด ซึ่งหมายถึงการได้รับการยกโทษบาปจากพระเจ้าและการฟื้นคืนความสัมพันธ์กับพระองค์ มีเป้าประสงค์เพื่อแก้ไขทั้งสามประการนี้ สำหรับชาวตะวันตกที่รู้สึกถึงความผิดอย่างแรง ไม่แปลกที่พวกเขาพบความปลอบประโลมในข่าวดีที่จุดนี้ พวกเขาย่อมยังประสบอับอายและความกลัวเช่นกัน แต่ไม่เข้มข้นเท่า ดังนั้นเมื่อชาวตะวันตกนำเสนออินญีล พวกเขาจึงเน้นการปลดปล่อยจากความผิดเป็นประโยชน์หลัก แต่ผู้ที่รู้สึกอับอายหรือกลัวอย่างรุนแรงในชีวิตอาจไม่รู้สึกถูกกังวลด้วยความผิดในระดับมากนัก แต่อย่างไรก็ตามพวกเขาใช้พลังทั้งทางกาย จิตใจ และจิตวิญญาณจำนวนมากในชีวิตประจำวันเพื่อพยายามกำจัดความอับอายและความกลัว ข่าวดี (อินญีล) ก็เป็นข่าวดีสำหรับพวกเขาเช่นกัน เพราะการยกโทษของพระเจ้ามอบอิสรภาพจากความอับอายและความกลัว ลองจินตนาการว่าเป็นอิสระจากภาระของความกลัวและความอับอาย และมีความสัมพันธ์งดงามกับพระเจ้าในฐานะมิตร นั่นแหละคือข่าวดีที่แท้จริง และพวกเขาก็ต้องได้ยินมันเช่นกัน
